หลายท่านคงเคยเผชิญกับปัญหาเรื่องการเลือกผ้าม่าน ว่าจะทำผ้าม่านประเภทไหนถึงจะเข้ากับห้องของตน ควรทิ้งระดับความยาวผ้าขนาดไหนถึงสวย หรือ ควรเลือกผ้าชนิดไหนทำผ้าม่านถึงเหมาะกับการใช้งาน ไม่อมฝุ่น และทำความสะอาดง่าย ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะหมดไป เพียงแค่ลองนำ เคล็ด(ไม่)ลับในการเลือกผ้าม่านไปปรับใช้ดู ซึ่งเรามีเพียง 4 วิธีง่ายๆมาฝากคุณ

หน้าต่าง

สำหรับเคล็ด(ไม่)ลับแรกคือการวิเคราะห์ดูว่า “หน้าต่างของคุณเป็นหน้าต่างลักษณะไหน เหมาะกับผ้าม่านประเภทใด” เช่น ถ้าหน้าต่างบานเลื่อน ซ้าย-ขวา หรือประตูบานเลื่อนซ้าย-ขวา จะเหมาะกับผ้าม่านประเภทที่เลื่อนเปิดไปซ้าย หรือขวา เช่น ม่านจีบ หรือม่านล็อคลอน แต่ก็ต้องคำนึงถึงความสวยงามและลักษณะการตกแต่งบ้านด้วยเช่นกัน หน้าต่างเป็นบานกระทุ้งเปิด-ปิดที่มีขนาดเล็ก อาจจะเหมาะกับม่านพับมากกว่า ถ้าหน้าต่างเป็นบานกระจกบานใหญ่ที่ตั้งอยู่ในมุมห้องทำงาน อาจจะเหมาะกับหน้าต่างที่เป็นม่านม้วน

ความยาวของม่าน

ความยาวของม่านให้เหมาะกับหน้าต่างของคุณด้วย ซึ่งแต่ละแบบจะมีข้อดี ข้อเสียต่างกัน ดังนี้

• ถ้าคุณเลือกขนาดผ้าม่านให้พอดีกับ ขอบหน้าต่าง นอกจากจะสามารถโชว์ความสวยงามของขอบหน้าต่างแล้ว ยังทำให้สามารถbuilt-in Furniture ได้เต็มพื้นที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องติดผ้าม่าน

• ถ้าคุณเลือกติดผ้าม่านเลยขอบหน้าต่าง ผ้าม่านที่ยาวเลยออกมาจะเป็นส่วนตกแต่งห้องดูสวยงามมากขึ้น มีข้อดีคือ ช่วยหลอกตาว่าหน้าต่างบานหน้าใหญ่และสูง ดูไม่อึดอัด โดยสามารถเลือกสรรความยาวได้ตามต้องการ ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีการดีในการแก้ไขปัญหาเรื่องขนาดหน้าต่างที่ไม่เหมาะสม เพราะสามารถเลือกขนาดความยาวผ้าเพื่อคลุม กรณีหน้าต่างสั้นเกินไป

โทนสี รูปแบบและเนื้อผ้า

เมื่อคุณวิเคราะห์และตัดสินใจได้แล้วว่าต้องการเลือกม่านประเภทไหนให้เหมาะกับลักษณะหน้าต่างของคุณ สิ่งที่ต้องคำนึงถึงลำดับต่อไปคือ โทนสี (Color) รูปแบบและเนื้อผ้า (Pattern& Texture) ยกตัวอย่างเช่น ถ้าห้องของคุณเป็นสไตล์ Modern ทาห้องสีขาว มีโซฟาตัวเก่งสีเทาอ่อนอยู่ 1 ตัว คุณก็ต้องพิจารณาโทนสีผ้าม่านให้เข้ากับห้อง อาจจะเลือกผาม่านโทนเทาอ่อน – เทากลาง (Grey Tone) เพราะให้สวยงามและเข้ากับเฟอร์นิเจอร์หลัก ส่วนรูปแบบและเนื้อผ้า อาจจะเลือกที่มี texture นิดหน่อย แต่ยังคงแฝงไว้ซึ่งความเรียบเท่ห์อยู่

 

แต่ถ้าห้องของคุณเป็นสไตล์ Contemporary ตกแต่งด้วยโทนสีครีม การเลือกผ้าม่านอาจจะต้องเป็น โทนสีน้ำตาล (Earth Tone) เพื่อให้ห้องดูนุ่มนวลมากขึ้น รูปแบบและลาดลายผ้าอาจจะมีกลิ่นอาจของความคลาสิก ผสมผสานความสมัยใหม่ เพื่อให้ลงตัวกับเฟอร์นิเจอร์

นอกจากนี้คุณต้องพิจารณาตามความเหมาะสมด้วยว่า ในห้องนั้นจะมีผ้าโปร่ง (Sheer) ด้วยหรือไม่ อีกทั้งควรพิจารณาดูว่าคุณต้องการผ้าม่านที่สามารถป้องกันแสงแดดได้ ไม่บางจนเกินไป เพื่อเพิ่มระดับความเป็นส่วนตัวหรือไม่ ส่วนเนื้อผ้าที่คุณมองหามีทั้ง ผ้าคอตตอน (Cottons), ผ้าลินิน (Linens), ผ้าไหม (Silks) ฯลฯ ซึ่งการจะเลือกผ้าชนิดไหนต้องคำนึงถึงความเหมาะสม และน้ำหนักของผ้าด้วย

การดูแลรักษา

ที่สำคัญคือควรคำนึงเรื่องการดูแลรักษาด้วย เช่น ถ้าต้องการทำความสะอาดโดยใช้เครื่องซักผ้า ควรเลือกเนื้อผ้าประเภทคอตตอน (Cottons) ส่วนถ้าเป็นผ้าไหมหรือลินิน แนะนำให้ส่งซักแห้งเพื่อถนอมเนื้อผ้าและอายุการใช้งานจะได้ยาวนานขึ้น ในปัจจุบันนี้ผ้าม่านมีกระบวนการผลิตที่พัฒนาขึ้น เช่น ผ้ากันแสง (Blackout) บางตัวสามารถซักเองได้ เพียงแค่จุ่มน้ำกับน้ำยาซักผ้า ก็นำมากตากให้แห้ง สามารุดูแลรักษาได้ดีกว่าเมื่อก่อน

คุณจะเห็นได้ว่า เคล็ด(ไม่)ลับในการเลือกม่านนั้นมีแค่ 4 ข้อเท่านั้นเองคือ หน้าต่าง, ความยาวของม่าน, โทนสี รูปแบบและเนื้อผ้า และสุดท้ายคือการดูแลรักษาเพียง แค่พิจารณาองค์ประกอบที่ว่าไว้เบื้องต้นก็ทำให้การเลือกม่านไม่ใช่ปัญหาที่น่าปวดหัวอีกต่อไป ลองนำเทคนิคนี้ไปประยุกต์ใช้เพื่อให้บ้านของคุณสวยและน่าอยู่กันนะคะ หรือถ้าเพื่อนๆมีเคล็ด(ไม่)ลับอื่นๆก็แชร์ไว้ใน Comment ได้เลยค่ะ