การเลือกติดตั้งผ้าม่านนั้นควรที่จะดูทิศทางในการติดด้วย ถ้าติดให้มุมที่แสงอาทิตย์ส่องเข้ามาในมุมที่แดดส่องเข้ามาเยอะ ต้องใช้ผ้าม่านที่เป็นตัว Blackout หรือ dimout เพื่อจะได้กันแสง กันความร้อน และยังสามารถลดอุณหภูมิของการใช้เครื่องปรับอากาศและช่วยป้องกันแสงแดดที่จะมาทำลายเฟอร์นิเจอร์หรือพื้นปาร์เก้ ไม่ให้ซีดจางก่อนอายุการใช้งาน

นอกจากนี้ถ้าเป็นผ้า Blackout & Dimout คุณภาพจะมีคุณสมบัติที่ป้องกันแบคทีเรียและเชื้อราและที่สำคัญต้องมีมาตรฐานกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมปราศจากสารเคมีต่างๆที่ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์

ผ้าม่านกันแสง Blackout & Dimout คุณสมบัติที่โดดเด่นของผ้าม่านกันแสง คือสามารถกันแสงแดดได้ 95%-99% และยังสามารถป้องกันความร้อนจากแสง UV ที่เข้ามา

Blackout 3 pass เคลือบโฟมหลังขาว 3 ชั้น สามารถกันแสงได้ถึง 99% Blackout 2 pass  เคลือบโฟมหลังเทา 2 ชั้น จะมีความพลิ้วไหวมากกว่า 3 ชั้น สามารถกันแสงได้ 95%-98% 

Dimout สามารถกันแสงได้ 60%-70% ซึ่งเป็นผ้าที่มีการทอเส้นด้ายสีดำแทรกกลางเพื่อให้เกิดความทึบแสง โดยเนื้อผ้าจะมีความนุ่มและทิ้งตัว

ผ้าม่านที่ทอจากเส้นใยสังเคราะห์อย่างโพลีเอสเตอร์ (Polyester) จะสามารถถอดออกมาซักทำความสะอาดได้โดยวิธีนำผ้าม่านแช่ลงในน้ำสบู่อ่อนๆและนำไปผึ่งให้ผ้าม่านหมาดแล้วนำกลับไปติดตั้งเหมือนเดิม ส่วนผ้าม่านที่ทอจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ไหม หรือ คอตตอน (Cotton) ม่านชนิดนี้ควรซักแห้ง เนื่องจากเส้นใยธรรมชาติจะดูดซับน้ำ ทำให้ผ้าหดตัว

สำหรับสีที่แนะนำในช่วงหน้าร้อน คือสีโทนอ่อน และให้ติดผ้าม่านกันแสงเพิ่มเข้าไป เพราะสีอ่อนจะไม่ดูดซับแสงเท่าสีเข้มและยังรู้สึกสบายตาอีกด้วย